ข่าวฟุตบอล

จับคู่เตะแล้ว มันส์แน่ ยักษ์ชนยักษ์ฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก

หลังจากต้อง ยุติการแข่งขัน ไปชั่วคราว เพราะ โควิด-19 ก็ถึงเวลากลับมาหวดแข้งกันอีกครัง สำหรับถ้วยใบใหญ่ที่สุดในยุโรปอย่าง ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งจะเป็นรอบ 8 ทีมสุดท้ายซึ่งจะไม่มีการเตะแบบเหย้าเยือน โดยที่จะแข่งขันกันแบบนัดเดียวน็อคเอาท์ แพ้ตกรอบทันที ซึ่งจะแข่งขันกันที่ สนาม เอสตาดิโอ ดา ลุช ของทีม เบนฟิก้า กับ  เอสตาดิโอ ชูเซ่ อัลวาล้าด สนามของทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งจะแข่งกันไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศเลยทีเดียว โดย วันที่  15 ส.ค. 2020 จะแข่งรอบ 8ทีมสุดท้าย วันที่ 18-19 ส.ค. แข่งรอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศในวันที่ 23 ส.ค  ส่วนคู่ที่ยังตกค้างมาจกรอบ 16 ทีมสุดท้ายนั้นยังไม่ยืนยันสนามแข่ง แต่จะแข่งกันในวันที่ 7-8 ส.ค 2020 และยังไม่ระบุสนามแข่งขัน

โดยคู่ตกค้างมีดังนี้

บาเยิร์น มิวนิค (เยอรมัน) พบ เชลซี (อังกฤษ)

แมนฯ ซิตี้ (อังกฤษ) พบ เรอัล มาดริด (สเปน)

บาร์เซโลน่า (สเปน)  พบ นาโปลี (อิตาลี)

ยูเวนตุส (อิตาลี) พบ โอลิมปิก ลียง (ฝรั่งเศส)

ผลการจับฉลากประกบคู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย

และในวันที่ 10 ก.ค ได้จับฉลากประกบคู่ แข่งขันขึ้นที่ ที่ประเทศ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยในรอบ 8ทีมสุดท้ายนั้น แฟนลุกหนังถึงกับซีดปากทันทีเมื่อทราบผลการประกบคู่ เมื่อ

 แมน ซิตี้ หรือ รีลมาดริด vs ยูเวนตุส หรือ โอลิมปิค ลียง         

 แอร์เบ ไลป์ซิก vs แอตเลติโก มาดริด, 

บาเซโลน่า หรือ นาโปลี  vs บาเยิร์น มิวนิค หรือ เชลซี                                

  อตาแลนต้า vs ปารีส แซงต์ แชร์กแมง

ซึ่งในปีนี้นั้น ใครจะได้ชูถ้วย ใบใหญ่ของยุโรป คงต้องลุ้นกันหนัก เพราะบางทีมนั้น ลีกในประเทศปิดไปแล้ว ทำให้ไม่ได้เห็นฟอร์มการเล่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้คาดเดาได้ยากว่าใครจะดีกว่ากัน แต่ด้วยที่ว่า ทีมที่ผ่านเข้ารอบไปนั้น เป็นทีมใหญ่ทั้งสิ้น และด้วยศักดิ์ศรีคงไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน

ใครได้ชูถ้วย จะถูกบันทึกลงในประวัติศาสตร์ ว่าได้แข่รอบน๊อคเอาท์ ในสนามที่เป็นกลาง

ซึ่งโดยปกติแล้ว การแข่งขัน แชมเปี้ยนส์ลีกนั้น จะแข่งกันเหย้าเยือน ตั้งแต่รอบแรก จนถึงรอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะมีนัดชิงชนะเลิศเท่านั้น ที่จะแข่งในสนามที่ทาง ยูฟ่า ได้จัดเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน แต่ในปีนี้ด้วย วิกฤต โรคระบาด ทำให้ยูฟ่าต้องรวบรัดการแข่งขัน ให้กระชับและจบโดยเร็ว ซึ่งแน่นอนว่าคงได้จารึกลงไปในประวัติลูกหนังของยุโรปอย่างไม่ต้องสงสัย

ส่วนคอบอลอย่างเรา ๆ ก็คงได้อดนอน หลับดึกกันอีกเช่นเคย เพราะปกติฟุตบอลแชมเปี้ยนลีก แข่งกัน ตี2-3 กว่าจะจบก็เกือบสว่าง ก็พอดีกับเวลาที่ต้องอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานพอดี